TATC
บริการ
Token API
สำรวจการเข้าถึงโมเดล การเชื่อมต่อ และการคิดค่าบริการตามการใช้งาน
Bare Metal
เซิร์ฟเวอร์ GPU แบบเฉพาะสำหรับงานฝึกโมเดล การอนุมาน และการสร้างเนื้อหา
รูปแบบสำหรับสอบถามราคากำลังจะมา
กรณีใช้งาน
AI Vision
การวิเคราะห์ภาพแบบเรียลไทม์สำหรับการค้าปลีกและการดำเนินงาน
AI สำหรับอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน
ตัวอย่างงานคำแนะนำสินค้า เนื้อหาหลายภาษา และการช่วยตอบลูกค้า
MCN และการสตรีมสดดิจิทัล
ตัวอย่างงานสื่อดิจิทัลและ AIGC ที่กำหนดขอบเขตตามโครงการ
ข่าวสารและกิจกรรม
ศูนย์ช่วยเหลือ
การสนับสนุนและตั๋ว
สอบถามการสนับสนุนและเวลาตอบสนองตามข้อตกลง
เอกสาร
เอกสารทางเทคนิค คำถามที่พบบ่อย และบันทึกการเปลี่ยนแปลง
บริษัท
เกี่ยวกับเรา
เราเป็นใคร และดำเนินการอยู่ที่ไหน
การใช้งานอย่างรับผิดชอบ
การตรวจสอบลูกค้าและแนวทางการใช้บริการ
ติดต่อเรา
ฝ่ายขายและฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิค
enEnglishthไทย
ดูผลิตภัณฑ์ติดต่อเรา
TATC

บริการประมวลผลขั้นสูงสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

9/11 Moo 12, Khlong Song, Khlong Luang District, Pathum Thani 12120, Thailand
info@tatc.cloud

บริการ

  • Token API
  • Bare Metal

กรณีใช้งาน

  • AI Vision
  • AI สำหรับอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน
  • AIGC

ข่าวสารและกิจกรรม

  • ข่าวสาร
  • กิจกรรม

ศูนย์ช่วยเหลือ

  • การสนับสนุนและตั๋ว
  • เอกสาร

บริษัท

  • เกี่ยวกับเรา
  • การใช้งานอย่างรับผิดชอบ
  • ติดต่อเรา

© 2026 TATC TECHNOLOGY CO., LTD. เลขทะเบียนนิติบุคคล 0135567035437. 9/11 Moo 12, Khlong Song, Khlong Luang District, Pathum Thani 12120, Thailand

นโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายคุกกี้
ข่าวทั้งหมด
ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรม
26 ตุลาคม 2569

มุมมอง TATC: แนวโน้มตลาด AI ไทยและโอกาสทางธุรกิจ

โอกาสในตลาด AI ไทยกำลังก่อตัวจากการใช้งานในองค์กรที่เพิ่มขึ้นควบคู่กับการขยายตัวของคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ TATC วิเคราะห์บทบาทของผู้ให้บริการในการเชื่อมเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความต้องการจริงของธุรกิจไทย

มุมมอง TATC: แนวโน้มตลาด AI ไทยและโอกาสทางธุรกิจ

ตลาด AI ไทยกำลังเปลี่ยนแปลงในสองด้านควบคู่กัน ธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐนำ AI มาใช้มากขึ้น ขณะที่บริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งรองรับการใช้งานก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีทางเลือกด้านเทคโนโลยีมากขึ้น การนำ AI มาใช้ให้เหมาะกับธุรกิจจึงกลายเป็นเรื่องที่องค์กรต้องพิจารณาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นเช่นกัน

TATC มองว่า การทำความเข้าใจตลาดนี้ต้องพิจารณาทั้งความคืบหน้าในการนำ AI มาใช้และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โอกาสในระยะยาวอยู่ที่การเชื่อมสองด้านนี้เข้าด้วยกัน เพื่อให้ธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมและนำไปใช้กับงานจริงได้อย่างต่อเนื่อง

1. การใช้ AI กำลังขยายตัว ความต้องการจึงเริ่มต่อยอดไปสู่การใช้งานอย่างต่อเนื่อง

ผลสำรวจความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI ประจำปี 2569 ที่เผยแพร่โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ครอบคลุมองค์กรภาครัฐและเอกชน 574 แห่งใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดย 53.7% ขององค์กรที่ตอบแบบสำรวจนำ AI มาใช้แล้ว และ 36.6% มีแผนจะนำมาใช้ [1]

ผลสำรวจเดียวกันระบุว่า องค์กรที่นำ AI มาใช้แล้วมีความพร้อมเฉลี่ยอยู่ในระดับ “AI Aware” และยังต้องพัฒนาความสามารถด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายการใช้งาน [1] ข้อมูลนี้ชี้ว่า หลังจากเริ่มใช้ AI แล้ว ธุรกิจยังมีโอกาสนำเทคโนโลยีไปใช้ให้ลึกซึ้งและครอบคลุมงานมากขึ้น

สิ่งที่ TATC ให้ความสนใจคือความต้องการที่ต่อเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ธุรกิจจะค่อย ๆ ขยับจากการเลือกเครื่องมือแต่ละตัว ไปสู่การพิจารณาว่างานใดเหมาะกับ AI จะเชื่อมต่อกับระบบเดิมอย่างไร และทีมงานจะใช้งานอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร บริการที่ช่วยให้ธุรกิจทำสิ่งเหล่านี้ได้จะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อการใช้งานพัฒนาต่อไป

2. บริการคลาวด์ในประเทศและการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มทางเลือกในการใช้งาน

โครงสร้างพื้นฐานกำลังพัฒนาควบคู่ไปกับการนำ AI มาใช้ในองค์กร AWS เปิดให้บริการ Cloud Region ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 และ Google Cloud เปิด Cloud Region ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนจึงเข้าสู่ขั้นให้บริการจริงแล้ว [2][3]

ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงวันที่ประกาศ มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนรวม 42 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 750,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนขนาดของโครงการที่ได้รับอนุมัติ ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างและการดำเนินงานยังต้องพิจารณาเป็นรายโครงการ [4]

TATC มองว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในประเทศช่วยเพิ่มทางเลือกให้ธุรกิจ ทั้งเรื่องสถานที่ติดตั้งระบบ การเชื่อมต่อเครือข่าย และบริการสนับสนุน ตัวอย่างเช่น ในประกาศของ Google Cloud กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ได้กล่าวถึงประโยชน์ด้านการลดความหน่วงและการควบคุมสถานที่จัดเก็บข้อมูลได้ดีขึ้น [3]

ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ธุรกิจมีทางเลือกในการติดตั้งและใช้งานระบบมากขึ้น การเลือกบริการยังต้องพิจารณาสถานที่ประมวลผลจริง ทรัพยากรที่มีให้ใช้ ข้อกำหนดเกี่ยวกับข้อมูล และต้นทุนการใช้งาน

3. ความต้องการของธุรกิจแตกต่างกัน ความสามารถในการให้บริการในประเทศจึงมีผลต่อการแข่งขัน

องค์กรไม่ได้เดินตามเส้นทางเดียวกันในการนำ AI มาใช้ แนวทางประเมินความพร้อมด้าน AI ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) แยกรูปแบบการใช้งานไว้หลายแบบ ตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์ AI สำเร็จรูป การเชื่อมต่อบริการผ่าน API ไปจนถึงการปรับแต่งหรือพัฒนาโมเดลตามความต้องการทางธุรกิจ ความสามารถที่องค์กรต้องเตรียมจึงควรสอดคล้องกับเป้าหมายการใช้งานของตน [5]

ตลาดไทยจึงมีความต้องการหลายระดับควบคู่กัน บางธุรกิจต้องการเครื่องมือที่เริ่มใช้ได้ง่ายพร้อมการฝึกอบรม บางแห่งต้องการเชื่อม AI เข้ากับระบบเดิม ขณะที่บางแห่งต้องการการจัดการข้อมูล การติดตั้งระบบ และการสนับสนุนทางเทคนิคที่ลงลึกมากขึ้น

TATC เห็นว่า เมื่อองค์กรนำ AI มาใช้มากขึ้น ลูกค้าจะให้ความสำคัญกับการเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับการทำงานจริงมากขึ้นด้วย เครื่องมือเหมาะกับงานที่ใช้ภาษาไทยหรือไม่ เข้ากับกระบวนการเดิมได้เพียงใด มีผู้ช่วยแก้ปัญหาเมื่อจำเป็นหรือไม่ และควบคุมค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะต่อไปได้หรือไม่ ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

สำหรับบริษัทซอฟต์แวร์ ผู้วางระบบ และพันธมิตรด้านบริการเทคโนโลยีในประเทศ โอกาสอยู่ที่การเข้าใจธุรกิจของลูกค้า และนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาประกอบเป็นบริการที่เหมาะกับเงื่อนไขการใช้งาน ความสามารถในการเชื่อมเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ากับความต้องการในไทยจึงเป็นข้อได้เปรียบที่ควรพัฒนาในระยะยาว

4. มุมมอง TATC การใช้งานและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันขับเคลื่อนตลาด

นโยบายของไทยก็ให้ความสำคัญกับการสร้างประโยชน์จากการลงทุนให้เกิดขึ้นในประเทศอย่างกว้างขวาง การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เน้นย้ำว่าการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ควรส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรไทย และการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล [6]

ในมุมมองของ TATC การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานช่วยเพิ่มความพร้อมด้านเทคโนโลยี ขณะที่การใช้งานจริงของธุรกิจช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่าต้องการบริการ ระบบ และทรัพยากรอะไรต่อไป เมื่อการใช้งานพัฒนามากขึ้น ความต้องการจัดซื้อก็จะชัดเจนขึ้นตามไปด้วย และเมื่อบริการกับโครงสร้างพื้นฐานพร้อมมากขึ้น ก็ยิ่งเอื้อต่อการขยายการใช้งาน

TATC จะเริ่มจากความต้องการจริงของธุรกิจ โดยทำความเข้าใจลูกค้าผ่านบริการด้านการประยุกต์ใช้ AI สั่งสมประสบการณ์ร่วมกับพันธมิตรในประเทศ และพัฒนาเทคโนโลยีกับทรัพยากรสนับสนุนให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานที่เติบโตขึ้น

โอกาสเติบโตระยะยาวของตลาด AI ไทยมาจากทั้งเทคโนโลยีและเงินทุนที่เข้ามา รวมถึงการที่ธุรกิจจำนวนมากขึ้นสามารถนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานประจำวัน TATC จะติดตามพัฒนาการนี้อย่างต่อเนื่อง และร่วมกับพันธมิตรในประเทศสำรวจโอกาสในการทำให้ AI เชื่อมต่อกับระบบได้ง่ายขึ้น เหมาะกับธุรกิจมากขึ้น และใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • [1] NECTEC | ผลสำรวจความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI ขององค์กรไทย ประจำปี 2569
  • [2] AWS | ประกาศเปิดให้บริการ Cloud Region ในประเทศไทย | 8 มกราคม 2568
  • [3] Google Cloud | ประกาศเปิด Cloud Region ในกรุงเทพฯ | 21 มกราคม 2569
  • [4] เว็บไซต์รัฐบาลไทย | ข้อมูล BOI เกี่ยวกับโครงการและนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ | 6 สิงหาคม 2569
  • [5] ETDA | แนวทางประเมินความพร้อมด้าน AI ขององค์กร
  • [6] กรมประชาสัมพันธ์ | การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศ | 4 กันยายน 2569
ตลาด AI
ประเทศไทย
การประยุกต์ใช้ AI
โครงสร้างพื้นฐาน AI

ต้องการสิทธิ์เข้าถึงบริการที่กำลังจะเปิดตัวหรือไม่?

พูดคุยกับทีมของเราเกี่ยวกับแผนบริการ TATC Token API ความจุ bare metal หรือแผนงาน MI35X / Blackwell ที่กำลังจะมา

ติดต่อเราดูผลิตภัณฑ์